ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อน!! ถ้าคิดจะออกจากงานประจำ ทำเกษตรแบบเต็มตัว

คนที่จะลาออกจากงานมาทำเกษตรต้องวางแผนล่วงหน้าให้ดี มีบางท่านมาคุยกับผมว่า อีก7-8 เดือนจะเกษียณอายุ มีเงินก้อนหนึ่ง อยากไปหาซื้อที่ทำเกษตรที่บ้านเกิดบ้าง แต่ที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือคนที่จะลาออกจากงานหรือคนที่จิตใจไม่อยู่กับที่ทำงานในบริษัท หรือหน่วยงานราชการ บุคคลประเภทนี้จะต้องมีการวางแผนอย่างรัดกุมเพราะ ทำเกษตรแบบเต็มตัว นั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบหรือปูด้วยพรมบนแคทวอล์คนะครับ หากต้องการมาเป็นเกษตรกรจริงๆแล้วต้องเตรียมความพร้อมหลายอย่าง

ปัจจัยที่ต้องพิจารณานั้นมีหลายประการ อะไรบ้าง มาดูกันเลย…

1. คุณต้องมีที่ดิน

เดี๋ยวนี้มีที่ดินเพียง 1-2 ไรก็รวยได้ อยู่ที่เราวางแผนจะใช้ที่ดินนั้นทำอะไร เรามี 50 ไร่ ปลูกพืชเชิงเดียว อาจจะจนมากกว่า…คนที่ทำเกษตรแบบผสมผสานเพียง 1 ไร่ ก็ได้

1 ไร่ 3 แสน เป็นเรื่องที่เป็นได้แน่นอนทำมาแล้ว ขออย่างเดียวให้มีน้ำ ถ้ามีน้ำ คือ มีชีวิตที่ดีขึ้นแน่นอน ถ้าฝนตกเรามีที่เก็บไว้ได้หมดเราจะมีน้ำเพียงพอใน 1 ปีแน่นอน

2. คุณต้องมีทุน มีเงินสำรอง

เป็นปัจจัยที่สำคัญไม่น้อยลาออกมาแล้วจะกินอะไร เอาเงินที่ไหนใช้จ่าย การจะทำเกษตร ต้องมีเงินลงทุน ถ้าเกิดเราไปเช่าที่ดินเขาทำ เราก็ต้องเสียค่าเช่า เสียค่าแรงคนงาน เสียค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าอุปกรณ์การเกษตร ต่างๆนานา ถ้าไม่มีทุนแล้วเวลาออกมาทำเกษตรโดยตรง ก็ต้องกู้หนี้ยืมสินเขา

ถามว่ามีเท่าไหร่ถึงจะพอ ยิ่งถ้ามีภาระทางครอบครัวแล้วคิดให้หนัก ต้องเตรียมปรับปรุงดิน วางแผน ปลูกต้นไม้แบบค่อยๆไปตามเวลาอย่างน้อย 1-2 ปี พอลาออกปุ๊บเก็บผลผลิตขายได้เลย แต่ถ้าไม่วางแผนหรือทำล่วงหน้าไว้ก่อน… ท่านครับเป็นลูกจ้างเหมือนเดิมดีกว่า

3. มีใจสู้และกำลัง

ใจนั้นสำคัญ ถ้ามีใจก็มีชัยไปครึ่งหนึ่ง ที่สำคัญถ้าอยู่ไม่ได้ต้องออกแน่ อยากให้ทุกคนปลูกไม้บำนาญตามขอบเขตของที่ทาง เช่น ยางนา พะยูง ตะแบก เป็นต้น จะได้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยของธนาคารใดๆ ในโลกนี้ ก่อนลาออกต้องถามใจตัวเองก่อนว่า ทนตากแดดตากฝน เท้าติดดิน มือแตก ได้ไหม

และอีกอย่างก็คือ แรงกำลังของเรา อันนี้คนที่เกษียณอายุควรคิดให้มาก ยิ่งอายุมากกำลังวังชาถดถอย เคยขุดดินได้ก็เริ่มขุดไม่ไหวอย่าคิดว่ามีเงินจ้างเขาทำชี้นิ้วสั่งก็ได้ แบบนี้เก็บเงินไว้ให้ลูกหลานใช้ดีกว่า บางคนมีเงินลุยทำเกษตรตั้งชื่อฟาร์มเสียโก้หรู โดนลูกน้องหลอกมาหลายราย สุดท้ายก็เป็นฟาร์มที่ใช้เงินสร้างไม่ได้ สร้างด้วยกำลังกาย กำลังใจ

4. เวลา

ทำเกษตรต้องทำได้ทุกเวลา ทำงานประจำ ทำแค่ 8-10 ชั่วโมง แต่การทำเกษตร คุณต้องขยันมากกว่านั้น วันหยุดไม่มีหรอก และในบางครั้งเราอาจจะประสบกับความเสี่ยงทุกสถานการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถจะไปหยุดยั้งภัยธรรมชาติได้ ฝนตก น้ำท่วม ลมพายุ และความแห้งแล้ง ไม่สามารถควบคุมได้

5. คุณต้องความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตร

อย่าเพิ่งรีบลาออก ต้องเรียนรู้เพื่อเตรียมความพร้อมก่อน ที่ดิน ทุน ใจ กำลัง หาได้สร้างได้ แต่…ความรู้ ต้องมี เพื่อเป็นพื้นฐานระหว่างที่ทำงานอยู่หาความรู้ไปด้วย สะสมเงินทุน ที่ดินไปก่อน อย่าเพิ่งตัดสินใจลาออกกะทันหัน เพราะตอนที่เราทำงานอยู่ เราสามารถใช้เวลาว่างหาความรู้ได้เต็มที่ เช่น อยากปลูกมะนาว อยากปลูกพริก อยากปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เราต้องรู้ว่าควรทำอย่างไร เพราะมันไม่ใช่ว่า ปลูกแล้วรอเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เลยนะ อย่างน้อยก็ต้องรู้เรื่องโรคและแมลง รู้วิธีกำจัด

ไม่มีพรสวรรค์สำหรับทุกคน แต่ถ้ามีพรแสวงรับรองพออยู่ พอกิน พอใช้แน่นอน การเสาะแสวงหามีความรู้นั้นไม่ยาก ต้องตั้งโจทย์ก่อนว่า คุณอยากทำอะไร สนใจอะไร หาความรู้ไว้ก่อน ยิ่งมีสื่ออินเทอร์เน็ต ยิ่งสะดวกสบายใหญ่ค้นข้อมูลแป๊บเดียวก็ได้แล้ว แต่อย่าเชื่อจนหมด เราต้องปฎิบัติจริงแล้วปรับมาใช้กับบริบทของตนเอง ต้องนำหลักกาลามสูตรของพระพุทธเจ้ามาใช้

โดยเฉพาะนักวิชาการบางคนรู้แต่ทฤษฎีไม่เคยลงมือทำ อย่าเชื่อปราชญ์เพราะบางคนเป็นปราชญ์โปรโมท เชื่อเขาทั้งหมดทำตามหมดก็เจ๊งได้ อย่าเชื่อเพราะผมเป็นครู ผมอาจจะนำคติส่วนตัวมาสอน จงเชื่อตัวเราเองที่ได้นำความรู้จากที่ต่างๆ มาตกผลึกจนเป็นของเราเอง

ทำเกษตรแบบเต็มตัว ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด…

ขอบคุณแหล่งที่มา: พื้นเมืองอีสาน.com
บทความจาก: Cha Tisol
เรียบเรียงโดย : นายข้าวต้ม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *