ทำสาวมะละกอ ต้นเตี้ย ลูกดก ผลผลิตงาม ทำยังไงให้ได้ผล!! (อ่านให้จบ)

1. การเตรียมดินอย่างดี
การเตรียมแปลงปลูกมะละกอที่ดี หรือการเตรียมดินก่อนปลูกถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เช่น ก่อนที่จะปลูกต้องมีการไถพรวนดินให้ร่วนซุย จากนั้นก็ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรองพื้นหลุมก่อนที่จะนำต้นกล้ามาปลูก และต้นกล้าที่จะนำมาปลูกนั้น แนะนำให้ตัดรากแก้วออกประมาณสองข้อมือ คลุกด้วยปูนขาวหรือโดโลไมท์เพื่อป้องกันเชื้อราและเป็นการปรับค่า PH ในหลุมปลูกด้วย ก็จะทำให้มะละกอ ในสวนของเราติดดอกและออกผลดก และที่สำคัญอย่าให้มะละกอขาดน้ำอย่างเด็ดขาด เพราะจำทำให้ต้นเฉาได้

2. การทำสาวให้ มะละกอ
สำหรับการทำสาวมะละกอที่ว่านี้ แนะนำให้ทำหลังจากที่เราได้เก็บผลผลิต มะละกอ รุ่นแรกไปแล้ว คือการตัดต้นมะละกอให้เหลือไว้สัก2-3ใบก็พอ แล้วบำรุงต้นเพื่อเลี้ยงยอดใหม่ ประมาณสองเดือนหลังจากนี้ยอดมะละกอที่แตกใหม่ก็จะเริ่มออกดอกและติดผลตรงตามสายพันธุ์เดิมที่เราปลูก และจะสามารถเก็บผลผลิตได้ในราวๆ เดือนที่ 4 หลังจากตัดต้นแล้ว และในการทำสาวให้กับ “มะละกอ” เพื่อจะให้มีการแตกยอดใหม่ที่ดีนั้น ควรทำในช่วงฤดูฝนหลังจากตัดต้นมะละกอเสร็จแล้ว และเทคนิคที่ไม่ควรลืมอีกอย่างหนึ่งก็คือหลังจากตัดต้นมะละกอเพื่อทำสาวเสร็จแล้ว เราต้องหมั่นบำรุงต้นด้วยการใส่ปุ๋ยคอกเก่าและปุ๋ยหมักร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 (อัตรา 3:1 ส่วน) ด้วย และที่สำคัญต้องมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอด้วยนะครับ
หลายคนยังไม่ทราบว่าในการทำสาวต้นมะละกอมีข้อดีหลายประการ อาทิ ได้ลักษณะและคุณภาพผลเหมือนต้นแม่พันธุ์เดิม ไม่ต้องปลูกมะละกอใหม่ทุกปี ช่วยให้เก็บผลผลิตได้ง่าย เนื่องจากต้นมะละกอจะเตี้ยเหมือนกับเริ่มต้นปลูกใหม่ซึ่งจะส่งผลในเรื่องการจัดการแปลง มีส่วนลดการระบาดของโรคและแมลงได้ เกษตรกรตัดต้นมะละกอทำสาวทุกปีจะตัดวงจรโรคและแมลงได้

ที่สำคัญพบว่าต้นมะละกอที่มีการทำสาวทุกปีจะมีการติดดกเหมือนกับต้นมะละกอปลูกใหม่ซึ่งผิดกับต้นมะละกอที่ไม่เคยทำสาวเลยจะมีการออกดอกและติดผลน้อยลง สำหรับเกษตรกรที่ปลูกมะละกอในเชิงพาณิชย์ จะสามารถกำหนดการให้ผลผลิตด้วยวิธีการทำสาวกำหนดให้ต้นมะละกอมีผลผลิตขายได้ในช่วงฤดูแล้ง ตั้งแต่เดือนมกราคมเรื่อยมาจนถึงเทศกาลสงกรานต์

เมื่อเกษตรกรได้เก็บผลผลิตมะละกอรุ่นแรกไปแล้ว (คอแรก) ควรจะทำสาวด้วยการตัดต้นมะละกอแล้วเลี้ยงยอดใหม่ ซึ่งหลังจากตัดต้นไปแล้วเพียง 3 เดือน ยอดใหม่ที่แตกออกมาจะเริ่มออกดอกและติดผลตรงตามสายพันธุ์เดิมและเก็บผลมะละกอดิบได้ในเดือนที่ 4 หลังจากตัดต้น
เทคนิคในการทำสาวให้ตัดต้นมะละกอให้สูงจากพื้นดินประมาณ 50 เซนติเมตร (เผื่อลำต้นมะละกอจะต้องผุเปื่อยเน่าลงมาอีกประมาณ 1 คืบ) มีเกษตรกรหลายรายมักจะเข้าใจผิดด้วยการเอาถุงพลาสติกมาครอบต้นส่วนที่ตัดเพื่อป้องกันไม่ให้ต้นเน่า

วิธีการนี้ไม่ถูกต้อง การเอาถุงพลาสติกมาคลุมรอยแผลที่ตัดจะมีผลทำให้ลำต้นเน่ามากกว่า เนื่องจากน้ำที่ระเหยจากลำต้นจะไปเกาะติดที่พลาสติกจนขังเต็มอยู่ในลำต้น ไม่มีที่ระบายน้ำออกส่งผลให้ลำต้นเน่าในที่สุด แต่ถ้าปล่อยไว้ตามธรรมชาติถึงแม้จะมีฝนตกจนมีน้ำขัง น้ำจะแห้งหรือระเหยไปเองเพราะแผลจะโดนแดดโดยตรง แต่เกษตรกรจะต้องช่วยเจาะรูให้น้ำมีทางระบายออกจากลำต้นด้วย
ในการทำสาวเพื่อจะให้มีการแตกยอดใหม่ที่ดีควรทำในช่วงฤดูฝน หลังจากตัดต้นมะละกอเสร็จแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องทายาเชื้อราหรือปูนแดงบริเวณรอยแผล เนื่องจากธรรมชาติส่วนที่เป็นรอยแผลจะผุเปื่อยไปจนถึงบริเวณที่ยอดตาใหม่จะแตกออกมา

หลังจากตัดต้นมะละกอเพื่อทำสาวเสร็จเกษตรกรจะต้องใส่ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ เช่น 16-16-16 หรือสูตรตัวหน้าสูง เช่น 32-10-10 และใส่ปุ๋ยคอกเก่าร่วมด้วย มีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ หลังจากนั้นจะมียอดมะละกอแตกออกมาใหม่หลายยอดให้คัดเลือกยอดที่สมบูรณ์ที่สุดเหลือไว้เพียงยอดเดียวเท่านั้นเพื่อไม่ให้ยอดเจริญแข่งกัน กิ่งที่เราไม่ต้องการให้ทำการการตอน เพื่อนำไปปลูกเป็นมะละกอต้นเตี๊ยต่อไป
ข้อควรระวัง ห้ามใส่ปุ๋ยมาก หรือใส่บ่อยเกินไปเพราะจะทำให้รากและโคนเน่า ถ้าไม่เน่าก็จะทำให้ต้นมะละกออ่อนแอเกิดโรคใบหงิกได้ง่าย หรือเกิดโรคใบเหลืองและตายได้

Cr:ศูนย์รวมความรู้การเกษตร

**หมายเหตุ ในบางกรณี เป็นสื่อกลางในการรวบรวมบทความ และนำเสนอข้อมูลที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *