การปลูกมะเขือเทศในถุง ประหยัดพื้นที่แถมได้ผลดี กำไรเห็นๆ

ปัจจุบันมีเกษตรกรหลายคนที่หันมาทำการปลูกมะเขือเทศในถุง ซึ่งดินที่เหมาะสมต่อการปลูกมะเขือเทศมากที่สุด ส่วนใหญ่จะใช้เป็นดินร่วนปนทรายซึ่งมีอินทรียวัตถุสูง และมีการระบายน้ำดี ซึ่งการปลูกมะเขือเทศในถุงกำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในระดับหนึ่ง เป็นการปลูกมะเขือเทศแบบปิดระบบอินทรีย์จากภายในถุง หากสนใจจะทำการปลูกมะเขือเทศในถุง ต้องเข้าใจว่า ดินที่เหมาะสมต่อการปลูกมะเขือเทศมากที่สุดนั้นเป็นดินร่วนปนทราย ที่มีความเป็นกรดเป็นด่างของดินประมาณ 4.5-6.8 เพราะหากดินเป็นกรดหรือเป็นด่างมากเกินไป จะทำให้ดินขาดธาตุอาหารบางอย่าง ซึ่งเป็นดินที่การระบายน้ำดี

ขั้นตอนการเตรียมดินและการปลูกมะเขือเทศในถุง
หากมีการเตรียมดินดีนับตั้งแต่แรกเริ่มก่อนทำการปลูกมะเขือเทศในถุง ก็จะช่วยป้องกันให้วัชพืชงอกช้าลง ควรตากแดดไว้ให้ดินแห้ง 3 ถึง 4 อาทิตย์ แล้วนำมาใส่ถุงปลูกที่เตรียมไว้ ส่วนต้นกล้าใช้วิธีการเพาะเมล็ดในถาดเพาะ ที่มีขนาด 104 หลุมต่อถาด นำเมล็ดพันธุ์แช่ในน้ำสะอาด โดยให้เมล็ดทุกส่วนถูกน้ำโดยแช่ประมาณ 20 นาที จากนั้นนำเมล็ดมาวางในกระดาษเพาะกล้าหรือผ้าขาวบางชุบน้ำหมาด ๆ แล้วจึงห่อเมล็ดด้วยกระดาษเพาะเมล็ดด้วยถุงพลาสติก เก็บในที่อุณหภูมิ 28 ถึง 30 องศาเซลเซียส โดยใส่ในภาชนะที่มิดชิด อย่างกระติกน้ำเพื่อรักษาอุณหภูมิประมาณ 24 ชั่วโมง จากนั้นนำมาเพาะในถาดเพาะ

วิธีการปลูกมะเขือเทศในถุง
หลังทำการปลูกมะเขือเทศในถุง ด้วยการเพาะเป็นอันดับแรกแล้ว ต่อมาเมื่อเมล็ดงอกก็คัดต้นกล้าโดยเอาต้นที่แข็งแรง และโตสม่ำเสมอที่ได้ตามอายุ และตรงตามลักษณะสายพันธุ์ ปราศจากโรคหรือแมลง ควรย้ายกล้าเมื่อมีใบแท้ 4 ถึง 5 ใบ หรืออายุไม่เกิน 25 ถึง 30 วัน และหากมีการเคลื่อนย้ายต้นกล้าจากโรงเรือนเพื่อไปแปลงเพาะปลูกที่มีระยะห่างกันมาก ก็ควรพักต้นกล้าก่อนปลูกอย่างน้อย 1 วัน และก่อนปลูก 2 วัน ควรรดน้ำในถุงปลูกให้ชุ่ม และควรย้ายกล้าในช่วงเย็น เพราะทำให้อากาศไม่ร้อน หรือแดดไม่จัด ระวังอย่าให้วัสดุเพาะแตกหรือรากขาด เพราะอาจจะทำให้ต้นกล้าชะงักการเจริญเติบโต เวลาย้ายต้นกล้าจากถาดเพาะลงถุงปลูกนั้น ให้จับบริเวณปลายยอดกล้าแต่ไม่ควรดึงหรือบีบบริเวณโคนต้น แล้วทำการกลบดินครอบคลุมโดนต้นกล้า

การปลูกมะเขือเทศในถุง
หลังทำการปลูกมะเขือเทศในถุง ให้รดน้ำทุกวันเช้าเย็น เพราะมะเขือเทศเป็นพืชที่ต้องการน้ำสม่ำเสมอ ให้รดน้ำไปถึงผลเริ่มแก่ หรือผลเปลี่ยนสี และควรลดการให้น้ำลง มิฉะนั้นอาจทำให้ผลแตกได้ ควรมีการปักค้างให้มะเขือเทศ อาจใช้ไม้หลักปักค้างต้นก่อนระยะออกดอก โดยใช้เชือกผูกกับลำต้นให้ไขว้กันเป็นเลข 8 หรือผูกเงื่อนกระตุกกับค้าง เพื่อให้ต้นเจริญเติบโตได้ดี และเพื่อความสะดวกต่อการดูแลรักษา โดยผลไม่สัมผัสดินและสะดวกต่อการเก็บเกี่ยว ประมาณ 30-45 วัน มะเขือเทศจะเริ่มออกดอก และเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุได้ประมาณ 70 ถึง 90 วัน ส่วนการเก็บเกี่ยวจะต้องให้ขั้วผลติดมาด้วย เพราะหากเก็บผลในระยะที่ไม่แก่จัดจะทำให้ทนทานต่อการขนส่ง เมื่อถึงมือผู้บริโภคหรือวางขายในตลาดก็จะทำให้เริ่มสุกพอดี

แหล่งที่มา : http://www.yimkaset.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *